เชื้อที่เป็นสาเหตุ
คือ Clostridium
perfringens type A ซึ่งมีรูปร่างเป็นท่อน
ย้อมติดสีแกรมบวก สร้างสปอร์ เคลื่อนที่ไม่ได้ เป็นแอนแอโรบ เจริญได้ดีที่อุณหภูมิ
43 - 47 องศาเซลเซียส แต่เจริญได้ในช่วงอุณหภูมิ 15
- 55 องศาเซลเซียส เชื้อจะไม่เจริญที่ pH ต่ำกว่า 5.0 หรือสูงกว่า 9.0 และถูกยับยั้งการเจริญด้วยโซเดียมคลอไรด์ความเข้มข้นร้อยละ
5
เราสามารถตรวจพบสปอร์ของ C. perfringens ในอาหารสดเช่นเดียวกับที่ตรวจพบในดิน น้ำเสีย และอุจจาระของสัตว์
อาหารที่พบเชื้อได้เสมอคือ เนื้อสัตว์ที่ปรุงทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก่อนจะนำไปบริโภค
สปอร์ทนความร้อนได้ดี การปรุงอาหารอาจทำลายเซลล์และสปอร์ของบางสายพันธุ์ได้
อย่างไรก็ตาม สปอร์ที่ยังรอดชีวิตได้จะยังงอกและเจริญได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่นำอาหารไปเก็บรักษาไว้ให้ดี
อาหารที่เป็นพาหะของโรค
อาหารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคจากเชื้อนี้
เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์
ที่เตรียมขึ้นในวันนี้เพื่อรับประทานในวันพรุ่งนี้
ซึ่งการให้ความร้อนไม่เพียงพอที่จะทำลายเอนโดสปอร์ที่ทนความร้อน
เมื่ออาหารเย็นลงและถูกนำมาอุ่นอีกครั้ง เอนโดสปอร์จะงอกและเจริญ ทำให้ก่อโรคได้
อาการของโรค
โรคมีระยะฟักตัว
นานประมาณ 8-
24 ชั่วโมง หลังจากการบริโภคอาหาร ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
ท้องเสีย มีก๊าซ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน โรคมักเกิดจากการบริโภคเชื้อเข้าไป
จำนวนประมาณ ล้านเซลล์ต่อกรัมของอาหาร
และเชื้อจะปล่อยสารพิษในลำไส้ระหว่างเซลล์กำลังสร้างสปอร์ เป็นผลทำให้มีการสะสมน้ำในลำไส้
สารพิษชนิดนี้ไม่ค่อยทนความร้อนคือ จะถูกทำลายที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที
การป้องกันโรคป้องกันได้โดย
1.
แช่เย็นอาหารอย่างรวดเร็วหลังจากการปรุงอาหาร หากยังไม่บริโภค
และยังต้องใช้อุณหภูมิต่ำ เพียงพอในการถนอมอาหาร
2.
ถ้าจะอุ่นอาหารให้ร้อนอยู่เสมอ จะต้องใช้อุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส
3.
ก่อนนำอาหารมาบริโภคจะต้องอุ่นอาหารก่อน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น